วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2552

เงินที่ต้องเสียภาษี

เงินที่ต้องเสียภาษี

ตามกฎหมาย เงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เรียกว่า "เงินได้พึงประเมิน" หมายถึง เงินได้ของบุคคลใดๆ หรือหน่วยภาษีใดข้างต้นที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม ของปีใดๆ หรือเงินได้ ที่เกิดขึ้นในปีภาษี ได้แก่
1. เงิน

2. ทรัพย์สินซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน ที่ได้รับจริง
ที่ได้รับจริง
3. ประโยชน์ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน
(เกณฑ์เงินสด)
4. เงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้


5. เครดิตภาษีตามที่กฎหมายกำหนด

วิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

วิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

ตารางสรุปวิธีคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลภ.ง.ด.51 ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีแรก- ห้างหุ้นส่วนจำกัด- บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามกฎหมายไทย- กิจการร่วมค้า- บริษัทที่ตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศที่ ประกอบกิจการในไทย- นิติบุคคลอื่นที่ตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศ- กิจการของรัฐบาล ต่างประเทศ-องค์กรของรัฐบาลต่างประเทศ- เป็นรายได้และรายจ่าย ที่เกิดขึ้นในรอบ 6 เดือน แรกนับแต่วันเริ่มต้นของรอบระยะเวลาบัญชี- ใช้เกณฑ์สิทธิในการรับรู้ รายได้และรายจ่ายประมาณการกำไรสุทธิบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องประมาณการกำไรสุทธิจากรายได้และรายจ่ายที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีเมื่อได้ประมาณกำไรสุทธิทั้งรอบระยะเวลาบัญชีแล้ว ให้นำกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล จะได้ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระครึ่งปี หากมีภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย สามารถนำมาหักออกจากภาษีต้องชำระได้วิธีคำนวณภาษีต้องเป็นไปตามมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากรกำไรสุทธิธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุนบริษัทหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ หรือบริษัทที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนดให้นำรายได้และรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงในครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีแรกมาคำนวณหากำไรสุทธิวิธีคำนวณภาษีต้องเป็นไปตามมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากรเมื่อได้กำไรสุทธิแล้วให้นำไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจะได้ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระครึ่งปี หากมีภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายสามารถนำมาหักออกจากภาษีต้องชำระได้ภายใน 2 เดือน นับแต่วันสิ้น 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี-ประมาณการกำไรสุทธิขาดไป เกินกว่าร้อยละ 25 จะต้องเสียเงินเพิ่ม ร้อยละ 20 ของประมาณการกำไรสุทธิ ที่ประมาณ การขาดไป แต่เงินเพิ่ม อาจลดลง เสียสูงสุดไม่เกินร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ของภาษีที่ชำระขาดไปได้ (ท.ป.81/2542)-ขาดทุนสุทธิหรือไม่มี รายได้ก็ต้องยื่นแบบฯ-บริษัท/ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ และมีรอบระยะเวลา บัญชีไม่ครบ 12 เดือนไม่จำเป็นต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.51-ยื่นแบบฯ ณ สถาน ประกอบการที่สำนักงาน ใหญ่ตั้งอยู่ หรือยื่นแบบ ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร ภ.ง.ด.50 ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี- ห้างหุ้นส่วนจำกัด- บริษัทหรือ- ห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลตามกฎหมายไทย- กิจการร่วมค้า- บริษัทที่ตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศที่ ประกอบกิจการในไทย- นิติบุคคลอื่นที่ตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศ- กิจการของรัฐบาล ต่างประเทศ- องค์กรของรัฐบาล ต่างประเทศ-เป็นรายได้และรายจ่ายที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชี-ใช้เกณฑ์สิทธิในการรับรู้รายได้และรายจ่ายกำไรสุทธิบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องนำรายได้และรายจ่ายที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชี มาคำนวณหากำไรสุทธิ วิธีคำนวณภาษีต้องเป็นไปตามมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อได้กำไรสุทธิ แล้วให้นำไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้ นิติบุคคล จะได้ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี สามารถนำภาษีที่ชำระแล้วตามแบบ ภ.ง.ด.51 และภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย มาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระได้ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี-แนบงบการเงิน พร้อมกับแบบ ภ.ง.ด.50-ขาดทุนสุทธิหรือไม่มีรายได้ก็ต้องยื่นแบบฯ-ให้ยื่นแบบ ณ สถานประกอบการที่สำนักงาน ใหญ่ตั้งอยู่หรือยื่นแบบ ผ่านทางเว็บไซต์ของ กรมสรรพากร ภ.ง.ด.52 ภาษีเงินได้สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบการขนส่งผ่านประเทศต่าง ๆรวมทั้งประเทศไทย- เป็นรายได้ก่อนหักรายจ่าย ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชี-ใช้เกณฑ์สิทธิ ในการรับรู้รายได้นำรายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีมาคำนวณภาษี ในอัตราร้อยละ 3 ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นภาษีต้องชำระสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีนั้น หากมีภาษีหัก ณ ที่จ่าย สามารถนำมาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระได้ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี- รายได้ที่นำมาคำนวณภาษี เป็น ค่าขนส่ง ค่าระวาง ฯลฯ จากการขนส่งออกนอก ประเทศไทย- รายได้อาจได้รับการยกเว้นภาษีหรือลดอัตราภาษีตามอนุสัญญา ภาษีซ้อน- ไม่มีรายได้ก็ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.52ภ.ง.ด.55 ภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีมูลนิธิหรือสมาคมที่เป็นนิติบุคคลซึ่งมีรายได้-รายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชี-ใช้เกณฑ์สิทธิในการรับรู้รายได้นำรายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีมาคำนวณภาษีอัตราร้อยละ 10 เว้นแต่เงินได้ตามมาตรา 40(8)แห่งประมวลรัษฎากร ให้คำนวณภาษีอัตราร้อยละ 2 ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นภาษีต้องชำระในรอบระยะเวลาบัญชี หากมีภาษีหัก ณ ที่จ่าย สามารถนำมาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระได้ภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี-มูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศให้เป็นองค์กร สาธารณะกุศลส่งรายงานการประชุมใหญ่ งบดุล และบัญชี รายได้รายจ่าย ให้กรมสรรพากร ทราบภายใน 150 วัน นับแต่สิ้นรอบระยะเวลาบัญชี- รายได้บริจาค ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุง ที่ได้จากสมาชิก ได้รับการยกเว้นภาษี- ไม่มีรายได้ก็ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.55จาก กรมสรรพากร

วิธีการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม

วิธีการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม
ตารางสรุปวิธีการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.30 (แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม)ผู้ประกอบการจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม-รายรับเป็นยอดขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม-รายจ่ายเป็นยอดซื้อสินค้าหรือใช้บริการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มนำยอดขายทั้งเดือนภาษีมาคำนวณหาภาษีขายในอัตราร้อยละ7 และนำยอดซื้อทั้งเดือนภาษี มาคำนวณหาภาษีซื้อในอัตราร้อยละ 7 หลังจากนั้นให้นำภาษีขายหักออกด้วยภาษีซื้อ-หากมีภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ ให้ชำระภาษีส่วนต่างนั้น-หากมีภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย จะขอคืนภาษีส่วนต่างเป็นเงินสด หรือยกไปใช้เป็นเครดิตภาษีในเดือนถัดไปได้ ตั้งแต่วันที่ 1-15 ของเดือนถัดไป ทุกเดือนไม่ว่าจะมีรายรับหรือไม่- กรณีส่งออกเสียภาษี อัตราร้อยละ0- กรณีทั่วไปเสียภาษีอัตรา ร้อยละ 7(รวมภาษีที่จัดเก็บให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น)
ภ.พ.36 (แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม)- ผู้ส่งเงินทุกราย- ผู้รับโอนสิทธิ- ผู้ขายทอดตลาด- ส่วนราชการ ขายทรัพย์สินที่ถูกยึด- รายจ่ายยอดซื้อสินค้าหรือซื้อบริการ จากผู้ประกอบการที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่เข้ามาขาย สินค้าหรือให้บริการเป็นการชั่วคราวในประเทศไทย- รายจ่ายค่าซื้อบริการจากประกอบการ ในต่างประเทศ และนำผลการให้ บริการนั้นเข้ามาใช้ในประเทศไทย- รายจ่ายกรณีรับโอนสินค้าหรือรับโอน สิทธิบริการ ที่ได้เสียภาษีอัตราร้อยละ 0- รายรับการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ประกอบการจดทะเบียนกรณีผู้ขายทอดตลาดมิใช่ส่วนราชการ- รายรับการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ของผู้ประกอบการจดทะเบียนกรณี ส่วนราชการขายทรัพย์สิน- นำรายจ่ายที่เป็นยอดซื้อสินค้าหรือซื้อบริการมาคำนวณภาษีในอัตรา ร้อยละ 7- นำรายจ่ายค่าโอนสิทธิในสินค้าหรือ บริการมาคำนวณภาษีอัตราร้อยละ7- นำรายรับจากการขายทรัพย์สิน จากการทอดตลาดหรือจากการ ขายทรัพย์สินถูกยึดมาคำนวณ ภาษีอัตราร้อยละ 7- กรณีผู้ส่งเงินทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 1-7 ของเดือนถัดไปจากเดือนที่จ่ายเงิน- กรณีผู้รับโอนสิทธิ ในสินค้าหรือบริการ ให้ยื่นแบบภายใน 30 วัน นับแต่วัน รับโอนสิทธิ - ผู้ขายทอดตลาดหรือ ส่วนราชการขาย ทรัพย์สินให้ยื่นแบบ ตั้งแต่วันที่ 1-7 ของ เดือนถัดไปจากเดือนที่ขาย- ยื่นแบบ ภ.พ.36 เป็นรายผู้ประกอบการรับเงิน- ใบเสร็จรับเงินที่กรมสรรพากร ออกให้จากการยื่นแบบ ภ.พ.36 ถือเป็นใบกำกับภาษีสามารถนำไป คำนวณภาษีซื้อในเดือน ภาษีที่กรมสรรพากรออก ใบเสร็จรับเงินให้ มิใช่เดือนที่จ่ายเงินให้ผู้ขายสินค้าหรือให้บริการ